รถไฟฟ้ามาหานะเธอ กับเขาจนได้ เสาร์เย็นย่ำ ณ พารากอนซีเนเพล็กซ์

       รถไฟฟ้ามาหานะเธอ เรื่องที่น่าจะประทับใจสาวๆ ในเมืองใหญ่ๆ หลายๆ เมือง ผู้ชายไม่ค่อยตั้งครรภ์ ถึง 3 ขวบก็ยัง “โสด” เรื่องของ “เหม่ยลี่” (คริส หอวัง ดีเจ Fat Radio) สาวมวยตาเดียวที่เข้าใจผิดมาตลอดว่า การจีบผู้ชายก่อนเป็นสิ่งต้องห้าม อยู่กับ “เพื่อน” และ “มีไร” จนเจอผู้ชายดีๆ ในเวลากลางวัน แต่เธอกลับเจอผู้ชายดีๆ สักคน ในตอนกลางคืน “ลุง” (เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) วิศวกรไฟฟ้าคนนี้ เขาดูดีทั้งรูปลักษณ์และบุคลิกภาพ? จนเธออยากเป็น “ป้า” ของเขา

       เมื่อทุกคนรอบๆ เหม่ยลี่มีคู่ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนซี้ของเธอ “เป็ด” (โอปอล์) เด็กชายในครอบครัว หรือแม้แต่แฟนสาวของเพื่อนเธอ เธอคิดว่ารถไฟขบวนสุดท้ายคือ เธอต้องคว้ามัน ถึงแม้จะไม่เคยมีประสบการณ์จีบผู้ชายมาก่อนแต่มันไม่ง่ายเลย เมื่อความอ่อนโยนของหญิงสาววัยสามสิบของเธอ สู้สาวกระโปรงสั้นน่ารักอย่าง “เพลิน” (แพท อังศุมาลิน) ที่ดูดีกว่าเด็กกว่า ล่อเด็ก

รถไฟฟ้ามาหานะเธอ การดำเนินการ เพื่อคว้าชายแห่งราตรี

       เพื่อเป็นเจ้าของหัวใจจึงถือกำเนิดขึ้น หนังเรื่องนี้มีมุขตลกมากมายในทุกฉากที่คนดูอดหัวเราะไม่ได้ เพราะมุกตลกของเหม่ยลี่ บวกกับการตัดต่อหนังการ์ตูนญี่ปุ่นที่ดูเกินจริงไปหน่อย ฉันมีความคิดในใจที่จะได้ยิน หนังของ GTH ได้ส่งไปถึงหลายคนจนโด่งดังไปหลายคน ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ชื่อ “คริส หอวัง” โด่งดังกว่าหลายเท่าตัว นอกจากนี้ การเลือก “เคน” ให้แสดงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเขาเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงไทยหลายคนยกย่องชมเชย แน่นอนเพราะพวกเขาต้องคิด ว่าฉันคือ “เหม่ยลี่” แน่นอน

       เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี BTS GTH ได้สร้างเรื่องราวของรถไฟฟ้าคนกรุงที่ผสมผสานความรักของสาวเมืองกรุง ที่กำลังจะแต่งงานน้อยลงเรื่อยๆ หรือแต่งงานตอนอายุมากขึ้นทุกที อาจเป็นเพราะผู้ชายในเมืองเริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ ที่พวกเขาต้องต่อสู้เพื่อกันและกัน แม้ว่าเหม่ยลี่จะได้พบกับคนนั้น แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่สะดุดกับอุปสรรคต่างๆ ที่มีอำนาจแยกคนสองคนออกจากกัน เวลา ระยะทาง ความคิดถึง ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้กับทุกคนจริงๆ มินะประทับใจมาก

รถไฟฟ้ามาหานะเธอ

       นอกจากดารารับเชิญหลายคนที่ช่วยทำให้สนุก (นอกจากแจ็ค แฟนฉันที่เห็นในตัวอย่าง) ไปดูเอาเองว่าใครเป็นใคร หนังมีเวลาให้เราเพลิดเพลินไปกับความรักที่ค่อนข้างตลก ก่อนจบด้วยอารมณ์รักอีกด้าน ต่อให้พร้อมแค่ไหนก็ไม่เสียน้ำตา จากคำพูดของเหม่ยลี่จนถึงตอนจบ น้ำตาไม่เคยแห้งเหือด มันทำให้ฉันนึกถึง “Marley & Me”

       ภาพยนตร์เกี่ยวกับสุนัขที่ตั้งใจจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับคนที่ฉันเพิ่งเห็น เราหัวเราะไปตลอดทางและตอนจบก็ร้องไห้ แต่ “Marley & Me” ไม่ได้ทำให้เราเศร้านานขนาดนี้ หนังจบแล้ว เสียงเพลงดังที่เข้าหูมาเนิ่นนานจบลง เตือนให้น้ำออกมาอีกแล้ว เข้าต่อจนขึ้นรถไฟกลับบ้าน